Chicago Marathon 2026 สนุก ยับ พัง แต่ยังไม่เข็ด

Chicago Marathon 2026_ My Marathon Journey

จบเรียบร้อยกับ Bank of America Chicago Marathon 2026 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา งานนี้ถ้าถามว่าเป็นยังไงบ้าง ตอบสั้นๆ ได้เลยว่า สนุก ยับ พัง ครบทุกอารมณ์ในวันเดียว 555

ก่อนเดินทางก็รู้อยู่แล้วว่ารอบนี้เตรียมตัวน้อย มีเวลาซ้อมไม่มาก แถมยังเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่ที่ได้ใส่ออกไปวิ่งจริงไม่กี่ครั้ง ตอนนั้นก็หวังว่าคงพอไหว สุดท้ายผลของการซ้อมน้อยกับการยังไม่คุ้นรองเท้าก็ตามมาเจอกันกลางสนามพอดี

เช้าวันแข่ง อากาศดีจนใจมา
ผมเริ่มออกวิ่งตอน 8:22 น. อากาศประมาณ 15 องศา เย็นกำลังดี ตอนยืนรอก็เย็นอยู่ แต่ทนได้ คิดว่าวิ่งไปสักพักน่าจะอุ่นพอดี เป็นเช้าที่ทำให้อยากออกวิ่งจริงๆ


รอบนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 4 ชั่วโมง 30 นาที รู้ตัวว่าซ้อมมาน้อย ก็ไม่ได้อยากฝืนเกินไป ขอค่อยๆ ไปตามจังหวะของตัวเอง ถ้าประคองได้ดีจนจบก็น่าจะมีลุ้น


ช่วง 20 กิโลเมตรแรกถือว่าไปได้สวย วิ่งเกาะแถวเพซ 6 นาทีต่อกิโลเมตรได้เรื่อยๆ ยังรู้สึกว่าพอไปต่อกับเป้าหมายได้ สนามก็เรียบ อากาศก็ดี ทุกอย่างดูเข้าทางอยู่เหมือนกัน

แต่ๆๆ รองเท้าคู่ใหม่เริ่มออกฤทธิ์
พอวิ่งไปเรื่อยๆ รองเท้าเริ่มกดบริเวณหน้าเท้า โดยเฉพาะตรงหัวแม่โป้งทั้งสองข้าง จากที่ตอนแรกยังพอทนได้ กลายเป็นเจ็บทุกก้าว คราวนี้จะลงเท้าทีหนึ่งก็ต้องลุ้นทีหนึ่ง


ในใจคิดแล้วว่า ห้อเลือดแน่ๆ แล้วเล็บจะอยู่กับเราจนจบทริปไหมเนี่ย ยังไม่ทันถึงเส้นชัยก็เริ่มเป็นห่วงนิ้วเท้าตัวเองก่อนแล้ว 555


จากที่วิ่งแถวเพซ 6 ได้อยู่ดีๆ ก็เริ่มหล่นไป 7 กว่าๆ ความเร็วลดลงตามความเจ็บ เป้าหมาย 4:30 ที่ตอนต้นยังพอมองเห็น เริ่มค่อยๆ ห่างออกไป ตอนนั้นขอแค่พาเท้าทั้งสองข้างไปต่อให้ได้ก่อน เรื่องเวลาค่อยว่ากัน

กลับมาดูข้อมูลจากนาฬิกาก็เห็นภาพเลยว่า ช่วง 20–30 กิโลเมตร เพซเฉลี่ยอยู่ประมาณ 7:00 นาทีต่อกิโลเมตร ส่วนช่วง 30–40 กิโลเมตรช้าลงเป็นประมาณ 7:23 ตัวเลขสรุปได้เรียบร้อย แต่คนวิ่งตอนนั้นไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่แล้ว

ชั่วโมงท้าย แดดมา ตะคริวก็จะมา
จากอากาศเย็นสบายตอนเช้า พอเข้าสู่ชั่วโมงท้ายๆ แดดเริ่มจัด หน้ารู้สึกเหมือนจะไหม้ คอก็แห้ง รู้สึกขาดน้ำเข้าไปอีก เท้าก็เจ็บอยู่แล้ว ตะคริวยังมาถามหาเป็นระยะ เรียกว่าแต่ละส่วนของร่างกายเริ่มมีเรื่องให้ดูแลพร้อมกัน


ช่วงนั้นเลยต้องประคองกันไปทีละกิโลเมตร จะเร่งก็ไม่ง่าย จะรักษาเพซเดิมก็ไม่ไหวแล้ว ดีนะที่มีเบียร์ข้างทางให้ได้จิบ ช่วยให้มีจังหวะยิ้มกับเขาบ้าง ท่ามกลางสภาพที่เริ่มยับเต็มที

เวลาที่หวังไว้คงต้องปล่อยไปก่อน เหลือเป้าหมายตรงหน้าชัดๆ ว่า เอาให้จบ วันนี้มาถึงชิคาโกแล้ว ก็ต้องพาตัวเองไปให้ถึงเส้นชัยให้ได้

สุดท้ายก็ลากตัวเองจนจบ
ในที่สุดก็จบด้วยเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 45 นาที หรือ 4:45:25 ตามที่นาฬิกาบันทึกไว้ ช้ากว่าเป้าหมายประมาณ 15 นาที เสียดายเหมือนกัน เพราะเป็นสนามเรียบที่น่าจะมีโอกาสทำเวลาได้ แต่เมื่อรวมทั้งการซ้อมน้อย รองเท้ากดเท้า และสภาพช่วงท้าย ผลก็ออกมาตามนั้น


ถามว่าพอใจไหมที่จบได้ ก็พอใจครับ ส่วนที่พลาดก็มีให้กลับไปคิดอีกเยอะ โดยเฉพาะเรื่องที่รู้อยู่แล้วแต่ยังเตรียมมาไม่พอ งานนี้ได้บทเรียนกลับมาพร้อมอาการเจ็บเท้าแบบจำได้แม่นเลย

บทเรียนรอบนี้ จำไว้เลย
ข้อแรก ซ้อมๆๆ ให้เยอะกว่านี้ ถ้าอยากวิ่งให้สนุกตั้งแต่ต้นจนจบ ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมกว่านี้ด้วย ครึ่งแรกยังพอไหวไม่ได้แปลว่าครึ่งหลังจะผ่านไปง่ายๆ โดยเฉพาะมาราธอนที่ยังเหลือระยะให้เจอกันอีกยาว
อีกเรื่องคือรองเท้า อย่าเพิ่งพาคู่ที่ยังไม่คุ้นเท้ามาลุยงานใหญ่ ต้องให้เวลาได้ลอง ได้วิ่ง และได้รู้จักกันมากพอก่อน รอบนี้ชัดเจนมากว่า รองเท้าที่คิดว่าน่าจะไหว พอวิ่งไกลจริงๆ อาจทำให้ทุกก้าวกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

รองเท้าซ้อมใช้ Adidas AdiZero Evo SL ไซส์ UK 9.5 แล้วก็ซื้อ Adidas AdiZero Adios Pro 4 ที่ไซส์เดียวกัน ซ้อมยาวสุด 27 กม. ก็ไม่เจ็บมาก แต่ก็รู้สึกหน้าแคบบีบอัด พอวันแข่ง วิ่งเร็วกว่าซ้อม ทำให้เกิดอาการกดหน้าเท้าไม่โดนเล็บทั้งสอง 🙁

สรุปสั้นๆ สำหรับตัวเอง ซ้อมให้ถึง ลองรองเท้าให้พอ แล้วอย่าเปลี่ยนรองเท้ากลางศึกอีก จำไว้นะ 555

ขอบคุณชิคาโก แล้วเจอกันสนามหน้า
ขอบคุณมุกด้วยที่ให้โอกาสได้มาวิ่งงานนี้ ได้มาเก็บประสบการณ์ที่ Bank of America Chicago Marathon 2026 ถึงผลจะไม่เป็นอย่างที่หวัง แต่ก็มีทั้งเรื่องสนุก เรื่องให้บ่น และเรื่องให้ขำตัวเองกลับมาเล่าอีกเพียบ


ครั้งนี้จบแบบยับๆ แต่ก็จบ ส่วนเล็บหัวแม่โป้งทั้งสองข้างจะเป็นยังไงต่อ ค่อยติดตามกันอีกที
แล้วเจอกันแมตช์หน้านะครับ ไม่เข็ด 555

ชมวิดีโอไฮไลท์ Chicago Marathon 2026 ครั้งนี้

เส้นทางวิ่ง Strava https://www.strava.com/activities/20547256101