กาลิค (Garlic) ประชาชื่น: อร่อยดีเลิศระดับมิชลิน ไกด์ 2025 (ฉบับราคาจับต้องได้) พร้อมเมนูเด็ดที่ต้องสั่ง!

ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารไทยรสชาติจัดจ้านถึงเครื่อง ที่สำคัญคือได้รับการการันตีจาก มิชลิน ไกด์ แต่ราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋า วันนี้ขอปักหมุดร้านโปรดแห่งย่านประชาชื่น ริมคลองประปาที่ชื่อว่า “กาลิค (Garlic)” ให้ทุกคนตามรอยไปชิมกัน!

ร้านอาหารไทยในตำนานริมคลองประปา

ร้านกาลิคเป็นร้านอาหารไทยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 30-40 ปี ตั้งอยู่ในซอยโชติวัฒน์ (สะพาน 99) ถนนประชาชื่น ริมคลองประปา เป็นร้านอาหารสไตล์ครอบครัวที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติอาหารไทยพื้นบ้านที่เข้มข้นจัดจ้านตามตำรับดั้งเดิม

สิ่งที่ทำให้ร้านนี้กลับมาเป็นที่พูดถึงอย่างมากในตอนนี้คือ การที่ร้านได้รับคัดเลือกให้เป็นร้านอาหารคุณภาพใน มิชลิน ไกด์ ปี 2025 ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำความอร่อยและคุณภาพที่คงเส้นคงวามาอย่างยาวนานของร้านนี้ได้อย่างดีเยี่ยม

ร้านกาลิค หรือ Garlic ก่อตั้งมาตั้งแต่ยุคที่ย่านประชาชื่นยังเป็นชุมชนที่เงียบสงบ ชื่อร้าน ‘Garlic’ นั้นมาจากภาษาอังกฤษที่แปลว่ากระเทียม ซึ่งสื่อถึงการใช้กระเทียมเป็นส่วนผสมสำคัญในหลายเมนูเพื่อชูรสชาติอาหารไทยให้มีความหอมและเข้มข้น เมนูที่สร้างชื่อเสียงให้กับร้านมาตลอดก็คือ “ไข่เจียวปู” ที่เนื้อแน่นฟูเต็มคำ จนกลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ใครมาก็ต้องสั่ง

เหตุผลหลักที่ต้องแวะมาลองร้านกาลิคคือความประทับใจส่วนตัวที่ได้ทราบข่าวว่าร้านอาหารไทยเก่าแก่ที่เปิดมานานคู่ย่านนี้ ได้รับการยอมรับจาก มิชลิน ไกด์ 2025 ประกอบกับมีเมนูแนะนำจากมิชลินที่น่าสนใจมาก แต่ที่ดึงดูดใจที่สุดคือคำร่ำลือถึงเมนูเด็ดอย่าง ไข่เจียวปู” ที่ว่ากันว่าอร่อยเด็ดไม่แพ้ใคร แต่ราคาไม่แรงเท่าร้านดังอื่นๆ (แถมราคาดีกว่าเจ๊ไฝเยอะเลยค่ะ 555) เลยต้องมาพิสูจน์ด้วยตัวเอง!

 บรรยากาศร้าน

ร้านกาลิคให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองสไตล์ร้านอาหารครอบครัว ตัวร้านตกแต่งในโทนสีแดง ให้กลิ่นอายความคลาสสิกผสมผสานกับความรู้สึกแบบยุโรปเล็กน้อย มีของเก่าสะสม เช่น เครื่องดนตรีและตะเกียงโบราณแขวนประดับบนผนังอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้มีมุมให้ถ่ายรูปได้สวยงาม ตัวร้านมีความโปร่งและสว่าง สะอาดสะอ้านตามมาตรฐานร้านอาหารชั้นดี และมีจุดเด่นคือมีพื้นที่จอดรถกว้างขวางด้านหลังร้าน ซึ่งสะดวกสบายมากสำหรับลูกค้าที่เดินทางด้วยรถยนต์

จุดเด่นและรีวิวอาหารแต่ละเมนู

บอกเลยว่าอาหารที่นี่รสชาติดีเลิศทุกจาน สมกับที่ได้รับการยกย่องจริงๆ

ไข่เจียวปู (เมนูแนะนำ!) ยกให้เป็นเมนูที่ต้องสั่งจริงๆ ไข่เจียวยังฟู ไม่หนาเตอะ เนื้อปูให้มาแบบไม่หวง ชิ้นใหญ่เต็มคำ รสชาติดีเลิศมาก ที่สำคัญคือราคาไม่แพงเท่าร้านดังอื่นๆ คุ้มค่ามาก

ต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อน หนึ่งในเมนูแนะนำตามมิชลิน ไกด์ รสชาติน้ำต้มยำกลมกล่อมมาก ไม่เผ็ดจนเกินไป แต่ยังคงความเปรี้ยวเผ็ดกำลังดี กุ้งที่ใช้มีขนาดกลาง เนื้อแน่น ส่วนเนื้อมะพร้าวอ่อนที่ใส่มาก็อร่อยหวานเข้ากับน้ำซุปได้อย่างลงตัว

หมูกรอบซอสแอปเปิ้ล อีกหนึ่งเมนูไฮไลต์ที่มิชลินแนะนำ! หมูกรอบทอดมาได้กรอบนอกนุ่มใน มันน้อยกำลังดี ราดด้วยซอสแอปเปิ้ลรสเปรี้ยวหวานที่ช่วยตัดความเลี่ยนได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นเมนูฟิวชั่นที่อร่อยลงตัวมากๆ

ใบเหลียงผัดไข่ เมนูผักที่อร่อยเกินคาด! ใบเหลียงนุ่มกำลังดี ผัดกับไข่ที่หอมเนย/น้ำมันหอย มีการโรยกุ้งแห้งเล็กๆ มาเพิ่มรสเค็มและเพิ่มมิติความอร่อยจากกุ้งแห้ง ทำให้จานนี้ไม่ใช่แค่เมนูผักธรรมดา

เป็ดอบซอสมะนาว เมนูโปรตีนที่ตั้งใจมาทาน เป็ดอบมาได้หนังกรอบ เนื้อนุ่ม ไม่แห้ง ราดด้วยซอสมะนาวรสชาติเปรี้ยวหวานอมเค็ม เป็นอีกจานที่ทำได้ดีและประทับใจมาก

ของหวาน: ไอศครีมมะพร้าวทรงเครื่อง ปิดท้ายมื้อด้วยของหวานดับร้อน ไอศครีมมะพร้าวเนื้อเนียนหอมหวาน มันกำลังดี เสิร์ฟมาพร้อมเครื่องเคียงแบบครบครัน ทำให้รู้สึกสดชื่นและสมบูรณ์แบบมาก

ที่ตั้ง: ซอยโชติวัฒน์ (ซอยสะพาน 99) ถนนประชาชื่น เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800

แผนที่ Google Map

https://maps.app.goo.gl/Cz73H6Sfs3e6Hqq49

บทสรุป

ร้าน กาลิค (Garlic) ประชาชื่น เป็นร้านอาหารที่คนรักอาหารไทยไม่ควรพลาด ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานานกว่า 30 ปี ทำให้รสชาติอาหารของที่นี่เป็นรสชาติไทยแท้ๆ ที่ลงตัวและหาได้ยาก ผนวกกับการได้รับการคัดเลือกใน Michelin Guide 2025 ยิ่งเป็นการตอกย้ำความอร่อยและมาตรฐานของร้าน

ถ้าคุณกำลังมองหาร้านอาหารไทยอร่อยดีเลิศระดับพรีเมียม แต่มาพร้อมราคาที่สมเหตุสมผลและบรรยากาศสบายๆ เหมาะกับการมาทานกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง ร้านกาลิคคือคำตอบที่คุณต้องลองค่ะ รับรองว่าอร่อยจนอยากกลับมาซ้ำแน่นอน!

PST Bangkok: พิซซ่าดีกรีเชฟอันดับ 9 ของโลก! แป้งนุ่มขอบกรอบสไตล์ Tokyo-Neapolitan ที่ห้ามพลาดในสุขุมวิท 49

PST Bangkok: พิซซ่าดีกรีเชฟอันดับ 9 ของโลก! แป้งนุ่มขอบกรอบสไตล์ Tokyo-Neapolitan ที่ห้ามพลาดในสุขุมวิท 49

หากคุณเป็นสายพิซซ่าที่ชื่นชอบความพิถีพิถันของอาหารญี่ปุ่นและเสน่ห์ของพิซซ่าเตาถ่านสไตล์เนเปิลส์ (Neapolitan) คุณต้องไม่พลาดที่จะมาเยือน PST Bangkok – Pizza Studio Tamaki สาขาแรกและสาขาเดียวในประเทศไทย ที่โครงการ Town Hall ซอยสุขุมวิท 49 แห่งนี้คือร้านพิซซ่าชื่อดังระดับโลกจากกรุงโตเกียว ที่ก่อตั้งโดยเชฟ Tsubasa Tamaki ผู้ที่มีดีกรีเป็นถึงเชฟพิซซ่าที่เก่งที่สุดในโลกอันดับที่ 9!

การได้มาลิ้มลองพิซซ่าที่ PST ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น เพราะที่นี่ไม่ได้เสิร์ฟแค่พิซซ่า แต่เสิร์ฟ “ศิลปะ” ที่ผสานความเข้มข้นแบบอิตาเลียนและความละเอียดอ่อนแบบญี่ปุ่นเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

Pizza Studio Tamaki (PST) เป็นร้านพิซซ่าสไตล์ Tokyo-Neapolitan ชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งโดยเชฟ Tsubasa Tamaki ผู้มีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์พิซซ่าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

จุดเด่นของพิซซ่าที่นี่คือ แป้ง” ที่ไม่เหมือนใคร โดยแป้งถูกบ่ม (Ferment) นานกว่า 30 ชั่วโมง และใช้เกลือคุณภาพเยี่ยมจากโอกินาว่า (Okinawa) ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่บาง เบา และมีความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ การันตีคุณภาพด้วยการติดอันดับในหลายเวทีระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เชฟ Tamaki ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสุดยอดเชฟพิซซ่าระดับโลก ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทำให้ PST เป็นที่ต้องการของนักชิมทั่วโลก

ทำไมถึงเลือกมาทานร้านนี้

สาเหตุหลักที่ตัดสินใจมาเยือน PST Bangkok คือชื่อเสียงที่โด่งดังของเชฟ Tsubasa Tamaki ที่ได้รับยกย่องให้เป็น เชฟพิซซ่าอันดับ 9 ของโลก (ตามที่หลายสำนักข่าวและนักชิมต่างพูดถึง) ซึ่งทำให้ผมอยากสัมผัสด้วยตัวเองว่าพิซซ่าที่ผ่านการรังสรรค์โดยเชฟระดับโลกนั้นจะมีรสชาติและเท็กซ์เจอร์ที่แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร

นอกจากนี้ การที่ทางร้านยังคงมาตรฐานด้วยการนำเข้าเตาอบไม้ขนาดใหญ่จากญี่ปุ่น และมีเชฟ Pizzaiolo ที่ผ่านการฝึกฝนจากสาขาโตเกียวมาดูแลสาขาในไทย ทำให้มั่นใจได้ว่าเราจะได้รับประสบการณ์รสชาติที่ใกล้เคียงกับต้นตำรับที่สุด

ร้าน PST ตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการ Town Hall ในซอยสุขุมวิท 49 โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ผสมผสานความเรียบหรูสไตล์โมเดิร์นเข้ากับกลิ่นอายแบบญี่ปุ่น-อิตาเลียน (ดังที่เห็นในภาพถ่ายด้านนอก)

ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีเข้มและวัสดุจากไม้ ให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่ทันสมัย (ดังภาพบรรยากาศภายใน) ไฮไลต์คือโซน ครัวเปิด (Open Kitchen)” ที่มีเคาน์เตอร์บาร์ล้อมรอบ ทำให้ลูกค้าสามารถนั่งชมขั้นตอนการเตรียมแป้งและการอบพิซซ่าในเตาถ่านที่สั่งทำพิเศษได้แบบสด ๆ (ดังภาพเชฟที่เคาน์เตอร์) ร้านดูสะอาดสะอ้านและมีการจัดการที่เป็นระเบียบเรียบร้อยมาก เหมาะสำหรับการมาเดท หรือดินเนอร์กับเพื่อนและครอบครัว

จุดเด่นและรีวิวอาหารแต่ละเมนู (Highlights and Menu Review)

การเดินทางของรสชาติในมื้อนี้เริ่มต้นอย่างน่าประทับใจและลงตัวในทุกเมนู:

ซุปเรียกน้ำย่อย (Complimentary Appetizer Soup) ทางร้านเสิร์ฟซุปอุ่น ๆ เป็นออร์เดิร์ฟเรียกน้ำย่อยก่อน ซึ่งเป็นสัมผัสที่อ่อนโยนและนุ่มนวล เป็นการเปิดมื้ออาหารได้อย่างดี

สลัดผัก Organic – Prosciutto สลัดผักออร์แกนิกที่สดใหม่ กรอบ และเต็มไปด้วยสีสัน ราดด้วยชีสพาร์เมซาน ส่วนไฮไลต์คือ Parma ham (Prosciutto) ที่นำไปอบจนกรอบ ทำให้ได้รสเค็มมันและสัมผัสกรุบกรอบที่เข้ากันอย่างดีกับความสดชื่นของผัก นับเป็นจานเรียกน้ำย่อยที่สมบูรณ์แบบ

พิซซ่า Signature: Tamaki

นี่คือดาวเด่นของมื้อ! พิซซ่าทุกถาดถูกอบด้วยเตาถ่านจนได้ขอบที่พองสวยงาม

รสชาติโดยรวม: ตามที่คาดหวังไว้ แป้งนุ่มอร่อย ขอบกรอบจากเตาอบ กรอบเล็กๆ กำลังดี” เนื้อแป้งมีความเหนียวนุ่มและมีรสเค็มอ่อน ๆ เป็นเอกลักษณ์สมกับที่ผ่านการบ่มนานถึง 30 ชั่วโมง

Salami Pizza พิซซ่าหน้า Salami ที่ให้รสชาติเข้มข้น เผ็ดเล็กน้อย และหอมกลิ่นชีสมอสซาเรลลาที่เยิ้มเข้ากัน

Special Bianca แม้จะอิ่มแล้ว แต่ก็ต้องสั่งพิซซ่าแบบไม่มีซอสมะเขือเทศ (Bianca) เพิ่มเติมอีกถาด ซึ่งรสชาติยังคงอร่อยและเบามาก ทำให้สามารถทานต่อได้อีกชิ้นอย่างเพลิดเพลิน!

    ของหวาน: Panna Cotta ทานกับถั่วแดงกวน ปิดท้ายมื้อด้วยของหวานสไตล์ญี่ปุ่น-อิตาเลียนที่ลงตัว Panna Cotta เนื้อเนียนนุ่ม หวานกำลังดี เสิร์ฟคู่กับ ถั่วแดงกวน (Adzuki Bean Paste) ที่ให้รสหวานและสัมผัสแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ (ในภาพดูเป็น Panna Cotta รสชาเขียว/มัทฉะ ซึ่งเป็นเมนูที่พบได้บ่อยใน PST และเข้ากันดีกับถั่วแดงกวน) เป็นการปิดท้ายมื้อที่น่าประทับใจมาก

    ที่ตั้ง: โครงการ Town Hall ซอยสุขุมวิท 49 (คลองตันเหนือ, วัฒนา, กรุงเทพมหานคร)

    Map: https://maps.app.goo.gl/FFzjNmfhw9DTydsu6

    บทสรุป (Conclusion)

    PST Bangkok (Pizza Studio Tamaki) ไม่ได้เป็นแค่ร้านพิซซ่า แต่เป็นร้านที่คุณจะได้สัมผัสกับมาตรฐานระดับโลกและรสชาติที่ลงตัวระหว่างวัฒนธรรมอาหารอิตาเลียนและญี่ปุ่น หากคุณกำลังมองหาพิซซ่าที่ “แป้ง” มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีคุณภาพเยี่ยมสมกับดีกรีเชฟระดับโลก ที่นี่คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ แนะนำให้จองโต๊ะล่วงหน้า โดยเฉพาะโซนเคาน์เตอร์บาร์เพื่อชมการทำงานของเชฟ! เป็นประสบการณ์ที่นักชิมพิซซ่าทุกคนไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!

    ปั่นเที่ยวราชบุรีกับ Lenso x Seka Bike: เมื่อทริปชมวิว…กลายเป็นสนามประลองความเร็ว!

    เสียงนาฬิกาปลุกตอนตี 4 คือสัญญาณที่คุ้นเคยของนักเดินทาง… แต่เช้านี้มันพิเศษกว่าทุกวัน เพราะคือเสียงเรียกสู่การผจญภัยบนสองล้อที่จังหวัดราชบุรี ผมรีบจัดแจงตัวเองและจักรยานคู่ใจ ขับรถฝ่าความมืดมุ่งหน้าสู่จุดหมายในทริป “ปั่นจักรยานเที่ยวราชบุรี กับ Lenso x Seka Bike” ที่จัดโดยทีมงานคุณภาพอย่าง Lenso CC และ Seka Bikes Store Bangkok

    จุดเริ่มต้นแห่งประวัติศาสตร์: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี

    ล้อหมุนเวลา 7 โมงเช้า ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี การเลือกที่นี่เป็นจุดสตาร์ทนั้นยอดเยี่ยมมากครับ เพราะไม่ใช่แค่จุดนัดพบ แต่คือการเริ่มต้นเดินทางจากใจกลางประวัติศาสตร์ของเมือง ตัวอาคารสีชมพูอ่อนสไตล์ตะวันตกที่เคยเป็นศาลากลางจังหวัดมาก่อน ตั้งเด่นเป็นสง่าบอกเล่าเรื่องราวของราชบุรีได้เป็นอย่างดี แค่ได้มาเห็นบรรยากาศยามเช้าที่นี่ก็รู้สึกถึงพลังและความขลังแล้วครับ เหล่านักปั่นมารวมตัวกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม บรรยากาศเต็มไปด้วยมิตรภาพและความพร้อมเพรียง ทำให้เช้าที่แสนง่วงเหงากลายเป็นความกระตือรือร้นในทันที

    เปิดฉาก “ทริปชมธรรมชาติ” (ที่แท้จริง)

    “ปั่นชมวิวธรรมชาติ” คือคำโปรยที่ทำให้ผมวาดฝันถึงการปั่นชิลๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ แต่ทันทีที่ล้อหมุนออกจากตัวเมือง ความจริงก็ปรากฏ! ขบวนเริ่มตั้งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นรถไฟความเร็วสูงที่ทุกคนต้อง “ก้มหน้าก้มตาปั่น” เพื่อเกาะกลุ่มให้ทัน กลัวจะหลุดขบวนเป็นที่สุด!

    ภาพวิวทิวทัศน์สองข้างทางสวยงาม อากาศดีเป็นใจครับ

    แวะพักชมวิว ณ เขื่อนห้วยไม้เต็ง

    หลังจากปั่นสู้ลมมาได้ระยะหนึ่ง เราก็เดินทางมาถึง เขื่อนห้วยไม้เต็ง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่นี่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรและเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวราชบุรี แม้เราจะมีเวลาเพียงไม่นาน แต่ภาพของผืนน้ำที่สงบนิ่งตัดกับท้องฟ้าเบื้องหลัง ก็ช่วยชาร์จพลังและทำให้หัวใจที่เต้นรัวได้ผ่อนคลายลง เป็นจุดพักครึ่งทางที่สวยงามและคุ้มค่ากับแรงที่ปั่นมาจริงๆ 

    ก่อนจะออกจากเขื่อนห้วยไม้เต็ง พวกเราก็ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก 🙂

    บทสรุปการเดินทาง ณ อุทยานหินเขางู

    ขากลับเราปั่นวนมายังจุดที่เป็นเหมือนอัญมณีของราชบุรี นั่นคือ อุทยานหินเขางู แต่ระหว่างทางภาพวิวทิวทัศน์สองข้างทางกลายเป็นภาพเบลอๆ ที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เสียงที่ดังที่สุดไม่ใช่เสียงนกร้อง แต่เป็นเสียงโซ่และเสียงลมที่ตัดผ่านใบหู ความเร็วเฉลี่ย (AV) ที่ 35-40 กม/ชม แล้วจบลงที่ 28 กม./ชม. คือคำตอบของทุกสิ่ง นี่มันไม่ใช่แค่ทริปชมวิว แต่มันคือการฝึกซ้อมชั้นดีที่แฝงไปด้วยความสนุกและความท้าทาย!

    แต่เดิมที่นี่เคยเป็นแหล่งระเบิดหิน ก่อนจะได้รับการพัฒนาและฟื้นฟูจนกลายเป็นสวนสาธารณะที่งดงามน่าทึ่ง ภาพของภูเขาหินปูนที่โอบล้อมทะเลสาบ มีสะพานแขวนทอดยาวให้เดินเล่นอยู่เบื้องล่าง เป็นภาพที่ทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

    จากนั้นก็ปั่นกลับมายังจุดเริ่มต้น ผลประกอบการ 72 กม ความเร็วเฉลี่ย 28 กม/ชม เร็วซะใจเลย

    การจบภารกิจยามเช้าที่นี่คือการปิดท้ายที่สมบูรณ์แบบที่สุด เราได้ทั้งเหงื่อ, ได้ทั้งความเร็ว และได้รางวัลเป็นภาพความสวยงามของธรรมชาติที่มนุษย์ช่วยกันฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ มันคือความรู้สึกดีๆ ที่หาไม่ได้จากการเดินทางรูปแบบอื่น

    บทส่งท้าย: ขอบคุณจากใจนักปั่น

    ทริปนี้จบลงด้วยความประทับใจ แม้จะผิดจากที่คาดไปบ้าง (ในเรื่องความเร็ว!) แต่มันคือรสชาติของการปั่นจักรยานที่แท้จริง สนุก มันส์ และเต็มไปด้วยมิตรภาพ ต้องขอขอบคุณทีมงาน Lenso CC (Lenso.cc) และ Seka Bike (SEKA Bikes Store Bangkok) อีกครั้งที่จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ขึ้นมา ถ้ามีทริปหน้าอีกเมื่อไหร่ ผมไม่พลาดแน่นอนครับ!

    ตามเส้นทางนี้ได้ที่ https://www.strava.com/activities/15959877704

    #ปั่นเที่ยวราชบุรี #LensoCC #SekaBike #เขื่อนห้วยไม้เต็ง #อุทยานหินเขางู

    ก๋วยเตี๋ยวไข่คุณแหม่ม: ตำนานความอร่อยกว่า 100 ปี คู่เมืองราชบุรี ที่ต้องมาลองสักครั้ง!

    ก๋วยเตี๋ยวไข่คุณแหม่ม: ตำนานความอร่อยกว่า 100 ปี คู่เมืองราชบุรี ที่ต้องมาลองสักครั้ง!

    ถ้าพูดถึงของดีเมืองราชบุรี หลายคนอาจจะนึกถึงโอ่งมังกรหรือฟาร์มแกะ แต่สำหรับสายกินแล้ว ก๋วยเตี๋ยวไข่” คือเมนูขึ้นชื่อที่พลาดไม่ได้เลยค่ะ และวันนี้เราจะพาไปลิ้มลองรสชาติระดับตำนานกันที่ร้าน ก๋วยเตี๋ยวไข่คุณแหม่ม” ซึ่งเป็นร้านดังที่สืบทอดความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน บอกเลยว่าใครมาเยือนราชบุรีแล้วไม่ได้ทานร้านนี้ ถือว่ามาไม่ถึง!

    ร้านนี้ไม่ได้เป็นแค่ร้านก๋วยเตี๋ยวธรรมดาๆ นะ แต่เป็นร้านที่การันตีความอร่อยมาอย่างยาวนาน โดยแหล่งข้อมูลบางแห่งระบุว่า สืบทอดความอร่อยมานานกว่า 100 ปี ขณะที่อีกแหล่งข้อมูลบอกว่าร้านเปิดมาแล้ว กว่า 50 ปี ไม่ว่าจะข้อมูลไหน ก็ล้วนยืนยันถึงความเก่าแก่และความเป็นที่ยอมรับของรสชาติที่อยู่คู่เมืองราชบุรีมาหลายชั่วอายุคน

    ด้วยชื่อเสียงที่เลื่องลือว่าเป็นร้าน “ก๋วยเตี๋ยวไข่” ขึ้นชื่อของจังหวัด และการการันตีความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ร้านนี้เป็นหมุดหมายแรกๆ ที่ต้องมาลองค่ะ ยิ่งพอได้ยินว่ารสชาติอาหารนั้นดีเลิศ ก็ยิ่งอดใจไม่ไหว ต้องขอมาพิสูจน์ด้วยตัวเองสักครั้ง!

    เมื่อมาถึงร้าน จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความคลาสสิกย้อนยุค ตั้งแต่ป้ายชื่อร้านไปจนถึงโต๊ะ เก้าอี้ และประตู แม้ว่าเมื่อมองเข้าไปครั้งแรกอาจจะรู้สึกว่าร้านดูเล็กไปหน่อย แต่จริงๆ แล้วมีโต๊ะให้นั่งมากกว่า 30 ตัวเลยทีเดียว ที่ร้านดูแคบอาจเป็นเพราะลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน ดังนั้นถ้ามาช่วงเที่ยงๆ อาจจะต้องเผื่อใจเรื่องคนเยอะและที่จอดรถที่อาจจะหายากสักหน่อยนะ

    ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ก๋วยเตี๋ยวไข่ แต่ยังมีเมนูเด็ดๆ อีกเพียบที่ต้องลองค่ะ

    ก๋วยเตี๋ยวไข่ต้มยำ: เมนูขึ้นชื่อที่ห้ามพลาด! เสิร์ฟมาพร้อม ไข่เป็ดยางมะตูม เยิ้มๆ ฟองสวยที่ต้มมาแบบพอดีเป๊ะ น้ำซุปต้มยำรสชาติจัดจ้าน แซ่บกลมกล่อม ได้กลิ่นมะนาวแท้ๆ จนแทบไม่ต้องปรุงเพิ่ม ที่แปลกและพิเศษคือ เขาจะใส่หมูแดงมาด้วย ช่วยเพิ่มสีสันและรสชาติให้น่าทานยิ่งขึ้น

    ผัดไทยกุ้งสด: อีกหนึ่งเมนูที่อร่อยดีเลิศไม่แพ้กัน เส้นผัดไทยเหนียวนุ่มกำลังดี คลุกเคล้ากับซอสรสชาติกลมกล่อม มาพร้อมกุ้งสดตัวโตๆ ที่อร่อยจริงๆ

    ก๋วยเตี๋ยวแห้งสูตรโบราณ: สำหรับคนไม่ทานรสจัด เมนูนี้ก็เด็ดไม่แพ้กันค่ะ จุดเด่นคือทางร้านจะใส่ ไข่หั่นเส้น และกุ้งฝอยมาให้แบบจัดเต็ม ไม่หวงเครื่องเลย ช่วยเพิ่มทั้งรสชาติและรสสัมผัสที่หลากหลายให้กับก๋วยเตี๋ยวชามนี้ได้เป็นอย่างดี

    เมนูทานเล่นและของหวาน: ก่อนจานหลักจะมา สามารถสั่ง หมูสะเต๊ะ ย่างหอมๆ กับน้ำจิ้มรสเด็ดมาเรียกน้ำย่อยก่อนได้ นอกจากนี้ยังมี ปอเปี๊ยะทอด กรอบๆ และเมื่อทานของคาวเสร็จแล้ว ต้องปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง ปากหม้อ ขนมใส่ไส้ ที่อร่อยมาก หรือจะลอง ลอดช่องเผือกแตงไทย ก็ชื่นใจไม่แพ้กัน

    เกือบลืม ป๋าบอกว่าข้าวแกงก็อร่อยนะ แต่ผมไม่ได้สั่งทาน อันนี้ต้องลองก้นเองนะ

    ที่ตั้งและการเดินทาง

    ร้านก๋วยเตี๋ยวไข่คุณแหม่มตั้งอยู่ในตัวเมืองราชบุรี หาง่ายมากๆ

    • ที่ตั้ง: ร้านอยู่ติดกับโรงพยาบาลมหาชัยพร้อมแพทย์ (โรงพยาบาลพร้อมแพทย์) แยกคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี
    • เวลาเปิด-ปิด: ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เช้าตรู่ประมาณ 05.30 น. หรือ 06.00 น. ไปจนถึง 17.00 น.
    • เบอร์โทรศัพท์: 081-944-5406

    แผนที่ Google Map

    สำหรับใครที่กลัวหลง สามารถเดินทางตามแผนที่นี้ได้เลย: https://maps.app.goo.gl/n2t72RG75sJ5uH1g7

    บทสรุป

    ก๋วยเตี๋ยวไข่คุณแหม่ม” เป็นร้านที่ควรค่าแก่การมาลิ้มลองจริงๆ ไม่ใช่แค่เพราะชื่อเสียงที่สั่งสมมายาวนาน แต่เป็นเพราะรสชาติอาหารที่อร่อยถูกปากจริงๆ ทั้งก๋วยเตี๋ยวไข่ต้มยำรสแซ่บ ผัดไทยเส้นนุ่ม และของหวานที่อร่อยลงตัว หากใครมีโอกาสได้แวะมาเที่ยวราชบุรี ต้องปักหมุดร้านนี้ไว้ในลิสต์เลยนะ รับรองว่าจะไม่ผิดหวังแน่นอน!

    บิ๊กสุ ราชวัตร: ตำนานเกาเหลาเนื้อที่ยังมีลมหายใจ ใส่หัวใจลงไปในทุกชาม

    วันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านหนึ่งที่ไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหาร แต่เป็น “ตำนาน” ที่ยังมีชีวิต ยืนหนึ่งในใจคนรักเนื้อมาหลายสิบปี นั่นก็คือร้าน บิ๊กสุ ราชวัตร” นั่นเองครับ แค่พูดชื่อนี้ขึ้นมาในชมรมคนรักก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าที่นี่คือตัวจริง

    เกริ่นนำ: สู่จักรวาลเกาเหลาเนื้อย่านราชวัตร

    ย่านราชวัตร ถือเป็นแหล่งรวมร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าดังมากมาย แต่มีอยู่ร้านหนึ่งที่โดดเด่นและเป็นที่กล่าวขานมากที่สุด นั่นคือ “ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อบิ๊กสุ” ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดให้บริการมายาวนานกว่า 60-70 ปี สืบทอดฝีมือจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก และยังคงรักษามาตรฐานความอร่อยไว้ได้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้ที่นี่กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่คนรักเนื้อต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต

    ประวัติศาสตร์ในชาม: จาก “เซลล์ลืมชิม” สู่ “บิ๊กสุ”

    เรื่องราวของร้านนี้เต็มไปด้วยสีสันและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

    • รุ่นที่ 1: เริ่มต้นขายมาตั้งแต่สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยขายในราคาเพียงชามละ 1 บาท ในยุคที่เชลล์ชวนชิมของ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ กำลังโด่งดัง ทางร้านก็ได้เขียนป้ายร้านแบบมีอารมณ์ขันว่า เซลล์ลืมชิม”
    • ที่มาของชื่อ “บิ๊กสุ”: ชื่อร้านในปัจจุบันมาจาก พล.อ. สุจินดา คราประยูร หรือ “บิ๊กสุ” ซึ่งเป็นลูกค้าประจำมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนายทหารหนุ่ม เมื่อท่านเป็นที่สนใจของสื่อมวลชน นักข่าวจึงติดตามมาทำข่าวที่ร้านและขนานนามร้านนี้ว่า ร้านบิ๊กสุ” จนกลายเป็นชื่อที่ทุกคนรู้จักมาจนถึงทุกวันนี้
    • รุ่นที่ 2: ปัจจุบันร้านดูแลโดย ลุงสง่า” ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 2 ท่านเริ่มช่วยกิจการร้านมาตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี แม้ปัจจุบันจะอายุ 77 ปีแล้ว แต่ยังคงยืนลวกก๋วยเตี๋ยวด้วยตัวเองทุกวันด้วยความรักและผูกพันกับลูกค้า

    ทำไมต้อง “บิ๊กสุ” ?

    บรรยากาศร้าน: เรียบง่ายแต่ขลัง

    ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ที่ดูเรียบง่าย ไม่ได้ตกแต่งหรูหรา แต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความคลาสสิก ผนังร้านมีป้ายราคาบอกชัดเจน ถึงแม้จะดูธรรมดาแต่กลับสะอาดสะอ้าน บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำซุปเนื้อหอมๆ ที่เชื้อเชิญให้เราอยากลิ้มลอง ถ้ามาช่วงเช้าอย่างตอน 11 โมง คนอาจจะยังไม่เยอะ แต่ถ้ามาช่วงเที่ยงหรือวันเสาร์-อาทิตย์ บอกเลยว่าคนแน่นมาก อาจไม่มีที่นั่งหรือที่จอดรถเลยทีเดียว

    จุดเด่นและรีวิวเมนูเด็ด: อร่อยจนต้องยกซด!

    หัวใจของร้านนี้คือ คุณภาพของวัตถุดิบ” และ ความใส่ใจ” ลุงสง่าบอกว่าไม่มีสูตรลับอะไรพิเศษ แค่ต้มเนื้อเยอะๆ ในหม้อใหญ่ๆ ใช้วัตถุดิบที่ดี และใส่ใจกับมัน น้ำซุปของที่นี่จึงเข้มข้น หอมหวาน กลมกล่อม เป็นสีน้ำตาลแดงใสๆ จากการเคี่ยวเนื้อและเอ็นจำนวนมาก โดยไม่ใส่ผงชูรส

    เมนูห้ามพลาด:

    • เกาเหลารวม: ชามเดียวอิ่ม! น้ำซุปรสชาติลึกซึ้ง หอมเครื่องเทศกว่า 20 ชนิด มีความหวานจากเนื้อและกระดูกที่เคี่ยวมาอย่างยาวนาน รสชาติที่ได้คือความอร่อยที่เกิดจากวัตถุดิบแท้ๆ
    • ไส้, ลิ้น, เอ็น:นี่คือ 3 ทหารเสือของร้าน!
      • ไส้: ตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม ไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่น้อย ด้านนอกจะนัวๆ พอเคี้ยวเข้าไปจะรู้สึกถึงความแน่นแต่ไม่เหนียว
      • ลิ้น: ที่สุดของความอร่อย! ทางร้านเลือกใช้เฉพาะ “โคนลิ้น” ซึ่งจะนุ่มกว่าส่วนปลาย หั่นมาชิ้นใหญ่สะใจมาก นุ่มจนแทบละลายในปาก
      • เอ็นแก้ว: เป็นอีกส่วนที่ลูกค้านิยมมาก ตุ๋นจนเปื่อยละลายในปาก ช่วยให้น้ำซุปมีความเหนียวนุ่มขึ้นด้วย
    • เส้นหมี่แห้ง: เป็นเมนูคลาสสิกที่ต้องสั่ง คลุกเคล้ากับซีอิ๊วดำและกระเทียมเจียวหอมๆ รสชาติที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ไม่ต้องปรุงเพิ่มก็อร่อยแล้ว แนะนำให้สั่งคอมโบ หมี่แห้ง 1 ชาม ตามด้วยเกาเหลาอีก 1 ชาม” รับรองว่าฟินสุดๆ

    ราคา: เริ่มต้นที่ 70 บาท และมีราคา 100-150 บาท ไปจนถึงชามพิเศษ 250 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับคุณภาพและปริมาณที่ให้มาชิ้นใหญ่ๆ แล้ว ถือว่าคุ้มค่ามากครับ

    ที่ตั้งและการเดินทาง

    • เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 07.00 – 17.00 น. (บางแหล่งข้อมูลระบุ 16.00 น.) แนะนำว่าอย่ามาสายเพราะของอาจจะหมดก่อนได้ครับ
    • การเดินทาง: ร้านตั้งอยู่ในย่านราชวัตร สามารถเดินทางมาได้สะดวก แต่ที่จอดรถอาจจะหายากหน่อยโดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนและวันหยุด

    แผนที่ Google Map

    https://maps.app.goo.gl/7RzKp2eFEx1bNF3G9

    บทสรุป: เกาเหลาเนื้อที่ปรุงด้วยหัวใจ

    “บิ๊กสุ ราชวัตร” ไม่ใช่แค่ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่อร่อย แต่คือร้านที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ความใส่ใจ และจิตวิญญาณของคนทำ รสชาติที่ยอดเยี่ยมมาจากวัตถุดิบคุณภาพสูงและความจริงใจที่ลุงสง่ามอบให้ลูกค้า ดังคำพูดที่ว่า “ทำไมร้านบิ๊กสุไม่มีหัวใจวัวในเมนู?” ก็เพราะ เฮียได้ใส่หัวใจของตัวเองลงไปในทุกชามหมดแล้ว” หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักเนื้อ ที่นี่คือร้านที่คุณต้องมาลองสักครั้งในชีวิต แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมร้านนี้ถึงยืนหนึ่งในใจของใครหลายคนมาได้อย่างยาวนานครับ

    เมนู ร้านเกาเหลาเนื้อ บิ๊กสุ ราชวัตร

    ที่มาของข้อมูล: https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/1014327

    หม้อทองเหลืองร้อนๆ ระดับมิชลิน กับตำนานความอร่อยกว่า 60 ปี! โจ๊กหม้อทองเหลือง บางโพ หนึ่งในร้านโจ๊กในดวงใจ

    หม้อทองเหลืองร้อนๆ กับตำนานความอร่อยกว่า 60 ปี! โจ๊กหม้อทองเหลือง บางโพ หนึ่งในร้านโจ๊กในดวงใจ

    หากคุณเป็นสายโจ๊กและกำลังมองหาร้านเด็ดที่รสชาติไม่เป็นรองใครในกรุงเทพฯ “แป๊ะโจ๊กหม้อทองเหลือง 38 ปี” คือตัวเลือกที่ควรปักหมุดไว้เลย ร้านเล็กๆ ย่านตลาดบางโพ ที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของตำนานอาหารจีนแต้จิ๋วและความพิถีพิถันรุ่นสู่รุ่นกว่า 60 ปี


    จากอากง สู่รุ่นหลาน ตำนานร้านโจ๊กแต้จิ๋วหม้อทองเหลือง

    จุดเริ่มต้นของร้านคือ “อากง” ผู้อพยพจากซัวเถา ประเทศจีน สู่เมืองไทย พร้อมรถเข็นขายโจ๊กสูตรแต้จิ๋วหน้าตลาดบางโพ โดยใช้เศษใบพัดเรือบินมาตีเป็นหม้อโจ๊ก ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้หม้อทองเหลืองที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของร้านจนถึงปัจจุบัน

    ต่อมา “แป๊ะ” บุตรชายของอากง ได้สานต่อกิจการจนสามารถเปิดร้านถาวรในตึกแถวแห่งนี้ และให้ชื่อร้านว่า “แป๊ะโจ๊กหม้อทองเหลือง 38 ปี” โดยเลข 38 เป็นเลขมงคลที่คุณพ่อรักมาก ปัจจุบันบริหารโดยทายาทรุ่นที่ 3 “คุณเถลิงเดช ปิยธรรมรัตน์” ที่ยังคงคุณภาพและความอร่อยเหมือนเดิม เพิ่มเติมด้วยเมนูใหม่และหน้าตาจานอาหารที่ทันสมัยยิ่งขึ้น

    ทำไมต้องมาทานที่นี่?

    เหตุผลหลักเลยคือ “ข้าวโจ๊กเนื้อละเอียดหอมอร่อย” ที่ใช้ข้าวหอมมะลิแช่น้ำหลายชั่วโมงและผ่านกระบวนการต้มหัวโจ๊กกับน้ำซุปกระดูกในหม้อทองเหลือง ซึ่งช่วยให้โจ๊กมีกลิ่นหอม ร้อนนาน และไม่ไหม้ติดหม้อ ยิ่งกินคู่หมูสับคุณภาพดีที่ร้านทำเองจากหมูสดแผ่นหลัง รับรองว่าแตกต่างจากหมูเด้งทั่วไปแน่นอน

    บรรยากาศร้านและความสะอาด

    ร้านตั้งอยู่ริมถนนบริเวณตลาดบางโพ เป็นอาคารพาณิชย์ขนาดกะทัดรัด มีที่นั่งไม่เยอะมาก บรรยากาศคลาสสิกตามสไตล์ร้านเก่าแก่ ความสะอาดโดยรวมดีมาก ครัวเปิดให้เห็นกระบวนการทำอาหารชัดเจน และพนักงานมีความใส่ใจในการบริการ

    เมนูที่ห้ามพลาด!

    โจ๊กหมูสับ + กระเพาะหมู – เนื้อโจ๊กเนียนละเอียด หมูนุ่มมาก กระเพาะหมูสดและสะอาด ปาท่องโก๋กรอบนอกนุ่มใน

    ข้าวต้มปลาเก๋า/ปลากะพง – ปลาสด น้ำซุปกลมกล่อมหอมกระเทียมเจียว กินคู่เต้าเจี้ยวบดคือดี

    ข้าวต้มแห้งปลา + ไข่เจียว – เหมือนทานเกาเหลาต้มปลาแต่มีข้าวผสมในถ้วยเดียว

    คั่วไก่ปลาหมึกกรอบ – ใช้เส้นใหญ่ทอดก่อนผัด รสชาติเข้มข้น กลิ่นกระทะไหม้หอมอร่อย

    หอยจ้อปู – ปูแน่นๆ เต็มคำ (5 ลูก 200 บาท อร่อยแต่เล็กไปหน่อย)

    โจ๊กทะเล – กุ้ง ปลาหมึก หอยนางรม สดมาก ใครชอบแนวซีฟู้ดต้องจัด

    พิกัด & การเดินทาง

    📍 ร้านแป๊ะโจ๊กหม้อทองเหลือง 38 ปี

    🕰 เปิดทุกวัน 06:00 – 22:00 น. (แนะนำให้เช็กเวลาอีกครั้งก่อนเดินทาง)

    🚗 มีที่จอดรถริมถนนในซอย หรือ จอดในโรงพยาบาลด้านหลังร้าน หรือสามารถนั่ง MRT ลงสถานีบางโพ เดินต่อประมาณ 5 นาที

    📌 Google Maps: https://maps.app.goo.gl/i4pXtTse2e1UcQMKA

    สรุป: โจ๊กที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติ แต่เป็นเรื่องของใจ

    ร้านโจ๊กแห่งนี้ไม่ใช่แค่ขายความอร่อย แต่ขายความใส่ใจและคุณภาพในทุกชามที่เสิร์ฟ ตั้งแต่ข้าว เมนูหมู เครื่องใน ไปจนถึงวิธีการปรุงที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น เหมาะสำหรับคนที่มองหาอาหารเช้าดีๆ หรือมื้อเบาๆ ยามเย็น กับรสชาติที่อบอุ่นเหมือนนั่งกินข้าวบ้านญาติผู้ใหญ่

    Two Men Bagel House Bangkok – เบเกิ้ลเจ้าดังจากสิงคโปร์ บุกศาลาแดงแล้ว! กัดหนึ่งคือว้าวทั้งคำ! 🥯

    Two Men Bagel House Bangkok – เบเกิ้ลเจ้าดังจากสิงคโปร์ บุกศาลาแดงแล้ว! กัดหนึ่งคือว้าวทั้งคำ


    เช้าวันแรงงานกับกิจกรรมดี ๆ ที่เริ่มต้นจากการออกมาวิ่งกับเพื่อน ๆ ที่สวนลุมพินี หลังวิ่งเสร็จ 4 รอบ ก็ถึงเวลาหาอะไรรองท้องกันแบบแน่น ๆ จุก ๆ ซึ่งเราก็มีร้านหนึ่งที่เล็งไว้ตั้งแต่ก่อนวิ่งจบ นั่นคือ Two Men Bagel House ร้านเบเกิ้ลชื่อดังจากสิงคโปร์ ที่ตอนนี้มาเปิดสาขาแรกในไทยแล้ว บนถนนศาลาแดง ไม่ไกลจากสวนลุมเลย!


    Two Men Bagel House เริ่มต้นจากสิงคโปร์ในปี 2014 และโด่งดังในหมู่คนรักเบเกิ้ล ด้วยสไตล์เฉพาะตัวที่เรียกว่า “แป้งนุ่มหนึบ” พร้อมไส้แน่นทะลัก ที่ไม่ยั้งทั้งคุณภาพและความสร้างสรรค์ ปัจจุบันขยายสาขามายังกรุงเทพฯ ที่ศาลาแดง โดยยังคงคอนเซ็ปต์ “Artisanal W/O the BS” – เน้นคุณภาพจริง ๆ ไม่เน้นพูดเยอะ

    ทำไมถึงเลือกมาทานร้านนี้?

    เห็นรีวิวในโซเชียลมานาน ทั้งจากเพจต่างประเทศและในไทย ยิ่งพอรู้ว่าเปิดสาขาใหม่ใกล้สวนลุม ยิ่งต้องมาลอง โดยเฉพาะเมนูแนะนำที่หลายคนพูดถึงอย่าง Becky และ Personal Best ที่ใครกินก็ต้องร้องว้าว! วันนี้เรามาลองให้รู้กันไปเลย

    บรรยากาศร้าน การตกแต่ง ความสะอาด

    ร้านตั้งอยู่ริมถนนศาลาแดง ตกแต่งสไตล์ลอฟท์ปูนเปลือยแบบเท่ ๆ มีความดิบแต่จัดวางได้ลงตัว ผนังเต็มไปด้วยลายกราฟิกสุดแนว มีทั้งโซนชั้นล่างและชั้นบนให้เลือกนั่ง จะนั่งชิล ทำงาน หรือมากับเพื่อนก็เหมาะ ที่พิเศษคือโซน “Pick Up” สำหรับไรเดอร์รับออเดอร์โดยเฉพาะ ถือว่าออกแบบเพื่อรองรับทุกกลุ่มลูกค้าได้ดีมาก ร้านสะอาด และกลิ่นเบเกิ้ลอบใหม่หอมฟุ้งไปทั้งร้าน

    จุดเด่นและรีวิวอาหารแต่ละเมนู

    🥓 Becky – 230 บาท

    ขนมปังเบเกิ้ลแบบ Everything Bagel หอมกลิ่นกระเทียมและธัญพืช เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม ไส้ด้านในเป็นเบคอนกรอบ ๆ กับไข่คน (scrambled egg) ที่ทำได้ดีมาก ไม่แฉะ ไม่แห้ง และไม่มีชีสมากจนเลี่ยน ซอสเข้ากันแบบพอดี เป็นเบเกิ้ลที่อร่อยจริงจัง สายอเมริกันเบรคฟาสต์ต้องชอบ!

    🥜 Personal Best

    เมนูไส้แน่นสะใจ – ขนมปังแป้งเพลนสอดไส้แฮชบราวน์ สแปม และพีนัทบัตเตอร์ หอม มัน เค็ม หวาน รวมกันได้อย่างน่าประหลาดใจ กัดคำเดียวรู้เรื่อง!

    🧄 Luxe

    สายปลารมควันต้องจัด แป้ง Onion & Garlic หอมนัว กินคู่กับสโมคแซลมอนและครีมผสมแตงกวาดอง มีความเปรี้ยว เค็ม มัน หอม มาครบในชิ้นเดียว

    ☕ Americano

    สั่งมาดื่มคู่กับเบเกิ้ล รสชาติปกติ ไม่เด่นมาก แต่ก็เหมาะสำหรับล้างปากและบาลานซ์รสของไส้ที่เข้มข้น

    ที่ตั้ง & วิธีเดินทาง

    📍 Two Men Bagel House BKK – ศาลาแดง สีลม

    Google Maps: https://maps.app.goo.gl/KASb9Gqe3fejdKVT8

    🚆 เดินทางง่ายจาก BTS ศาลาแดง หรือ MRT สีลม แล้วเดินต่อเพียงไม่กี่นาที

    🅿 มีที่จอดรถฝั่งตรงข้ามที่อาคาร Saladaeng Executive

    ติดตามเพิ่มเติม 👉 Facebook Page: Two Men Bagel House BKK

    บทสรุป

    หากคุณเป็นสายเบเกิ้ล หรือกำลังหาคาเฟ่เท่ ๆ กับอาหารเช้าแน่น ๆ ที่ไม่เหมือนใคร Two Men Bagel House คือร้านที่คุณต้องแวะ! ไม่ใช่แค่ความเท่ของร้าน แต่เป็นความตั้งใจในทุกชิ้นของเบเกิ้ลที่ทำให้ที่นี่ “สมคำร่ำลือจากสิงคโปร์” จริง ๆ ครับ

    🥯 กัดเบา ๆ แต่รสหนักแน่น

    🏃‍♀️ วิ่งเสร็จ แวะกินได้เลย

    ☕ แป้งหอม หนึบ ไส้แน่น คำเดียวติดใจ!

    Viet Café Đây – เสิร์ฟความฟินของกาแฟเวียดนามแท้ ใจกลางซอยจุฬา 48 ☕🇻🇳


    หากคุณกำลังมองหาร้านกาแฟเวียดนามแท้ ๆ ที่รสชาติเข้มข้น หอมละมุนเหมือนนั่งจิบอยู่ริมถนนฮานอย ร้าน Viet Café Đây ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยจุฬา 48 คือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาด! ที่นี่ไม่เพียงแค่เสิร์ฟกาแฟเวียดนามสูตรดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังใส่ความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟ จนถึงวิธีการชงแบบต้นตำรับแท้ ๆ


    Viet Café Đây เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่เกิดจากความหลงใหลในวัฒนธรรมกาแฟเวียดนาม เจ้าของร้านต้องการถ่ายทอดเสน่ห์ของกาแฟเวียดนามแท้ ๆ สู่ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยการเลือกใช้เมล็ดกาแฟเวียดนามคุณภาพดี และสูตรเครื่องดื่มที่ปรับแต่งมาอย่างลงตัวสำหรับคนไทยโดยยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของเวียดนามไว้อย่างครบถ้วน

    ทำไมถึงเลือกมาทานร้านนี้?

    เพราะอยากสัมผัสรสชาติกาแฟเวียดนามแบบแท้จริงโดยไม่ต้องบินไปไกลถึงฮานอย! และหลังจากได้เห็นรีวิวใน Lemon8 บวกกับเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากคอกาแฟหลายคนว่าร้านนี้เด็ดจริง โดยเฉพาะ “กาแฟไข่” และ “กาแฟเกลือ” เลยตัดสินใจมาลองด้วยตัวเอง แล้วก็พบว่ามันคุ้มค่าทุกแก้วจริง ๆ!

    บรรยากาศร้าน การตกแต่ง ความสะอาด

    ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ห้องเล็ก ๆ แต่จัดวางพื้นที่ได้อบอุ่นและมีสไตล์แบบเรียบง่ายสบาย ๆ มีการตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น เฟอร์นิเจอร์ไม้ และของตกแต่งที่ให้กลิ่นอายเวียดนามนิด ๆ ดูแล้วเหมือนได้หลุดเข้าไปนั่งจิบกาแฟอยู่ในคาเฟ่ฮานอยจริง ๆ ร้านสะอาดสะอ้าน น่านั่ง มีที่นั่งทั้งสำหรับนั่งทำงานหรือคุยกับเพื่อน

    จุดเด่นและรีวิวอาหารแต่ละเมนู

    ☕ กาแฟไข่ (Egg Coffee)
    เมนูซิกเนเจอร์ที่ห้ามพลาด! ฟองไข่วิปขึ้นมาเนียนละเอียด รสชาติหวานมัน กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากไข่ตีกับกาแฟเวียดนามรสเข้มด้านล่าง เมื่อชิมรวมกันแล้วให้สัมผัสนุ่มละมุน กลมกล่อม หวานมันพอดี อร่อยจนต้องสั่งเบิ้ล


    • ☕ กาแฟเกลือ (Salt Coffee)
    อีกหนึ่งเมนูเด็ดที่สายกาแฟต้องลอง กาแฟเวียดนามชงแบบดริปช้า ๆ ราดด้วยครีมเกลือบางเบา ตัดรสชาติหวานขมได้อย่างลงตัว ทำให้กาแฟเข้ม ๆ มีมิติกลมกล่อมนุ่มนวลขึ้น ดื่มง่ายกว่าที่คิด และมีเสน่ห์เฉพาะตัวมาก

    ที่ตั้ง & วิธีเดินทาง

    Viet Café Đây – ซอยจุฬา 48 กรุงเทพฯ

    การเดินทาง: สามารถขับรถส่วนตัวมาได้ มีที่จอดรถภายในซอย หรือหากมาโดยรถไฟฟ้า MRT สามย่าน เดินต่อเข้าซอยจุฬา 48 ประมาณ 5-7 นาที ร้านหาไม่ยาก อยู่ใกล้กับโครงการ U-Center


    🗺️ แผนที่ Google Map

    👉 คลิกเพื่อดูแผนที่และนำทาง

    บทสรุป

    Viet Café Đây คือร้านกาแฟเวียดนามแท้ ๆ ที่ไม่ใช่แค่ตกแต่งสวย แต่ยังจริงจังกับเรื่องรสชาติในทุกแก้ว สำหรับสายกาแฟที่อยากลองอะไรใหม่ ๆ ที่มากกว่ากาแฟอเมริกันทั่วไป หรือใครที่คิดถึงกลิ่นอายเวียดนาม คาเฟ่นี้คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด ทั้งกาแฟไข่ที่นุ่มละมุน หรือกาแฟเกลือที่มีรสสัมผัสไม่เหมือนใคร บอกเลยว่าต้องมาลองด้วยตัวเอง แล้วคุณจะตกหลุมรักเหมือนกัน!

    ติดตามข่าวสารหรือเมนูใหม่ ๆ ได้ที่:

    👉 Facebook Page: Viet Café Đây

    ดื่มด่ำความอร่อยแบบคลีน ๆ กับ Sourdough Grilled Sandwich ที่ BARTELS Sathorn – คาเฟ่เพื่อสุขภาพกลางสวนพลู สาทร 🥪

    BARTELS Sathorn - Sourdough Sandwiches, Coffee & Juicery


    หากคุณกำลังมองหาร้านคาเฟ่เบเกอรี่แนวเฮลตี้ ที่ไม่ได้มีดีแค่กาแฟ แต่ยังจัดเต็มด้วยเมนูขนมปังซาวร์โดว์แบบโฮมเมดและเครื่องดื่มผลไม้แบบ Cold-Pressed สดชื่น BARTELS Sathorn ถือเป็นหนึ่งในร้านที่คุณไม่ควรพลาด โดยเฉพาะสาขาสวนพลู ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศร่มรื่น อบอุ่น และกลิ่นอายความสบายในสไตล์ยุโรปเบา ๆ


    BARTELS เป็นร้านเบเกอรี่สไตล์ Artisan Bakery จากแนวคิดของชาวเดนมาร์กที่หลงใหลในการทำขนมปังซาวร์โดว์ด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ เน้นสุขภาพและความยั่งยืน ร้านนี้เริ่มต้นจากการทำซาวร์โดว์สูตรพิเศษ แล้วค่อย ๆ เติบโตเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในด้าน Sourdough Sandwiches, Cold-Pressed Juices และกาแฟคุณภาพดี

    ทำไมถึงเลือกมาทานร้านนี้

    หลังจากได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากเพื่อน ๆ ในสายเฮลตี้ และเห็นรีวิวมากมายที่ยกย่องเมนู Grilled Sandwich โดยเฉพาะ Grilled Cubano จึงไม่รอช้าที่จะขอลองด้วยตัวเอง และบอกเลยว่า…เกินคาด!

    บรรยากาศร้าน การตกแต่ง ความสะอาด

    ตัวร้านสาขาสวนพลูตกแต่งด้วยโทนไม้และกระจกใสบานใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติให้ความรู้สึกอบอุ่นและโปร่งโล่ง มีทั้งโซนนั่งด้านในและ outdoor ล้อมรอบด้วยต้นไม้สีเขียวให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะกับทั้งมานั่งชิลในวันหยุด หรือนั่งทำงานในวันธรรมดา ภายในสะอาดสะอ้าน พนักงานบริการดีและเป็นกันเองมาก

    จุดเด่นและรีวิวอาหารแต่ละเมนู

    • Grilled Cubano (250 บาท) เมนูยอดนิยมที่ต้องลอง! ขนมปังซาวร์โดว์แบบโฮมเมดถูกกริลล์มาอย่างกรอบนอกนุ่มใน สอดไส้แน่นด้วยแฮมรมควัน แตงกวาดองรสเข้มข้น ชีสเชดด้าและพาร์เมซาน เสริมรสด้วยซอสมาโยและมัสตาร์ดสูตรเฉพาะ ให้รสชาติเข้มข้นแบบไม่เลี่ยน กลมกล่อมลงตัวทุกคำ
    • เครื่องดื่ม Cold-Pressed Juice เหมาะมากสำหรับสายสุขภาพ สดชื่นไม่หวานจัด รสผลไม้แท้ ๆ ที่ดื่มแล้วรู้สึกได้ถึงความสดใหม่
    • กาแฟ ถึงจะไม่ได้เด่นเป็นเมนูหลัก แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ใช้เมล็ดกาแฟคุณภาพและชงอย่างใส่ใจ เหมาะจะจับคู่กับเบเกอรี่เป็นอย่างยิ่ง

    ที่ตั้ง วิธีเดินทาง

    BARTELS Sathorn (สาขาสวนพลู)

    ที่อยู่: ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร

    การเดินทาง: ขับรถ จะไม่มีที่จอดหน้าร้านนะ แนะนำไปจอดที่โรงแรม Sommerset ก่อนถึงร้าน เดิน 100 เมตร ค่าจอด 30 บาท/ชั่วโมง


    🗺 แผนที่ Google Map

    https://maps.app.goo.gl/xHLX7aY9ZaWg9we88

    Facebook: https://www.facebook.com/bartels.thailand

    บทสรุป 🙂 แนะนำให้แวะทานเลย รับรองต้องชอบแน่ๆๆ ถึงขั้นต้องซิ้อขนมปังซาวร์โดว์สกลับบ้าน

    BARTELS Sathorn เป็นคาเฟ่ที่ตอบโจทย์ทั้งคนรักสุขภาพและคนที่หลงใหลในซาวร์โดว์สไตล์ยุโรป ด้วยเมนูที่คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน รสชาติดี มีความใส่ใจในรายละเอียด ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และบรรยากาศ เหมาะกับการแวะพักผ่อน หามุมสงบ หรือจะมาสังสรรค์กับเพื่อนก็ลงตัว ถ้าคุณยังไม่เคยลิ้มลอง Grilled Cubano ที่นี่ บอกเลยว่า…ต้องมาให้ได้สักครั้ง!

    90GRAMS – พิซซ่าดีงามแป้งเบา วัตถุดิบแน่น ย่านสีลมที่ต้องแวะซ้ำ! 🍕

    90Grams Pizza พิซซ่า สีลม กรุงเทพ


    ถ้าคุณกำลังมองหาร้านพิซซ่าแบบจริงจังในย่านสีลม ที่ให้มากกว่าความอร่อยด้วยวัตถุดิบคุณภาพและแป้งพิซซ่าสูตรเฉพาะ บอกเลยว่าร้าน 90GRAMS คือตัวเลือกที่น่าประทับใจ ด้วยแป้งโดว์ที่น้ำหนักพอเหมาะ 90 กรัม ทำให้ได้พิซซ่าขนาดกำลังดี แต่ที่ดีไปกว่านั้นคือรสชาติและความใส่ใจในรายละเอียดทุกจาน ที่คุณจะสัมผัสได้ตั้งแต่คำแรก


    วันนี้ได้เจอกับเจ้าของร้านด้วย ไม่ได้ถามชื่อนะ อายุก็ไม่มากนะ แต่เล่าว่าเปิดร้านนี้ไม่กี่เดือนเอง เจ้าตัวผ่านการทำงานหลานร้านมาก ก่อนจะมาเปิดร้านนี้ 90GRAMS เกิดจากแนวคิดที่ใส่ใจในน้ำหนักและคุณภาพของแป้งพิซซ่า — ซึ่งก็คือ 90 กรัมพอดิบพอดีต่อแผ่นพิซซ่าไซซ์ส่วนตัวที่ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป อีกอย่าง เจ้าของบอกคนยุค 90’s มักจะทานคนเดียวได้ ขนาด 90 กรัมก็น่าจะพอดีนะ จุดนี้แหละครับที่เป็นที่มาของชื่อร้าน และยังเป็นคอนเซ็ปต์ที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ ทั้งในเรื่องของการบาลานซ์รสชาติ ความพอดีในการกิน และการเลือกสรรวัตถุดิบระดับพรีเมียม ที่ทำให้ร้านนี้กลายเป็น Hidden Gem ของสายพิซซ่าแบบ Neapolitan สไตล์อิตาเลียนแท้ๆ

    ทำไมถึงเลือกมาทานร้านนี้

    เพื่อนสายกินแนะนำว่า “ร้านนี้แป้งพิซซ่านุ่ม ชีสดี ท้อปปิ้งจัดเต็ม!” ซึ่งก็ฟังดูน่าสนใจ และพอได้มาลองเองก็ต้องบอกว่า… ไม่เกินจริง! ยิ่งมาทานกันหลายคนยิ่งสนุก เพราะสามารถสั่งหลายหน้า หลายเมนู แชร์กันได้หลากหลายรสชาติ ไม่ซ้ำซากเลยครับ

    บรรยากาศร้าน การตกแต่ง ความสะอาด

    ร้านตั้งอยู่ในซอยสีลม 18 บรรยากาศภายในตกแต่งสไตล์เรียบเท่ มินิมอลแบบมีสไตล์ มีที่นั่งทั้งด้านในและด้านนอก เหมาะกับทั้งมื้อเที่ยงเบาๆ และดินเนอร์แบบชิลล์ๆ ความสะอาดเรียบร้อยดีมาก พนักงานให้บริการอย่างมืออาชีพ แนะนำเมนูได้อย่างละเอียด

    จุดเด่นและรีวิวอาหารแต่ละเมนู

    🌟 Focaccia Pizza – Parma Ham

    ขนมปังฟอคคาเซียอบใหม่ๆ กรอบนอกนุ่มใน ท็อปด้วย Parma Ham และร็อกเก็ตสดๆ รสชาติกลมกล่อมลงตัว เหมาะเริ่มต้นหรือแชร์กับเพื่อนมากๆ

    🌶️ Diavola Pizza (Pepperoni)

    พิซซ่าสไตล์ Neapolitan แป้งนุ่มขอบไหม้เล็กน้อยตามสูตร ท้อปด้วยเป็ปเปอร์โรนีคุณภาพดี เผ็ดเล็กๆ ตัดกับซอสมะเขือเทศรสเข้มข้นและชีสแน่นๆ อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย

    🥓 90Grams Carbonara

    จานพาสต้าเส้นเหนียวนุ่ม ชีสหอมเข้ม เบคอนกรอบนอกนุ่มในแบบกำลังดี เป็นคาโบนาร่าที่ทำออกมาได้ละเมียดละไมมาก ไม่มันหรือเค็มเกินไป

    🥗 Caesar Salad

    ใครที่ชอบสลัดแบบคลาสสิก ต้องไม่พลาด Caesar Salad ของร้านนี้เลยครับ ผักสดกรอบ ราดด้วยน้ำสลัดซีซาร์โฮมเมดที่รสชาติกลมกล่อม ไม่เลี่ยน เบคอนกรอบ และพาร์เมซานชีสโรยมาแบบไม่หวง เพิ่มสัมผัสเค็มนัวในทุกคำ เสิร์ฟมาพร้อมขนมปังกรอบ เป็นจานเรียกน้ำย่อยที่ทั้งสดชื่นและลงตัวมาก

    🍟 Truffle French Fries

    กลิ่นทรัฟเฟิลหอมฟุ้งตั้งแต่มาเสิร์ฟ ทอดกรอบ ไม่อมน้ำมัน กินเล่นก็เพลิน หรือจะทานคู่กับพิซซ่าก็เข้ากันสุดๆ

    🍓 Strawberry Panna Cotta

    ปิดท้ายด้วยของหวานเบาๆ รสชาติไม่หวานเกิน เนื้อพานาคอตต้านุ่มเนียนละมุน ละลายในปาก กับสตรอว์เบอร์รีสดเปรี้ยวหวานลงตัว เป็นจานปิดมื้อที่สมบูรณ์แบบ

    เกือบลืม ช่วงที่ไปทาน ร้านมีโปรโมชั่นไวน์ด้วย แก้วละ 290 บาท ซื้อ 2 แถม 1 ด้วย กำลังดีเลย

    ที่ตั้ง & วิธีเดินทาง

    90GRAMS PIZZERIA – Silom 18, Bangkok

    ร้านอยู่ในซอยสีลม 18 เดินทางง่ายทั้ง BTS ศาลาแดง หรือ MRT สีลม แล้วเดินเข้าซอยมาประมาณ 5-7 นาที

    🚆 ใครมารถไฟฟ้าสะดวกมาก

    🚗 หรือจะขับรถมาก็มีที่จอดรถที่ The Quarter Silom by UHG


    🗺️ แผนที่ Google Map

    \👉 คลิกดูแผนที่และนำทาง

    บทสรุป :) แนะนำให้มาทานเลย หนึ่งในร้านพิซซ่าที่ควรมา

    90GRAMS ไม่ใช่แค่ร้านพิซซ่าธรรมดา แต่คือร้านที่ใส่ใจทุกดีเทล ตั้งแต่แป้งโดว์ 90 กรัมที่เป็นหัวใจหลักของพิซซ่า ไปจนถึงวัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมียม ทั้งชีส ซอส และของหวานที่ทำเองแบบโฮมเมด เหมาะสำหรับทั้งคนที่อยากกินคนเดียว หรือจะมากันเป็นแก๊งแชร์เมนูก็สนุกและคุ้มค่า ใครสายพิซซ่า หรือกำลังมองหาร้านนั่งดีๆ ในย่านสีลม ต้องไม่พลาดครับ!